2007/Feb/13

เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ขณะเดินทางอยู่ในรถยนต์ที่กำลังโลดแล่นบนทางด่วนและเปิดวิทยุฟังเพลงไปด้วย หูเจ้ากรรมทั้งสองข้างของผมก็พลันได้ยินเสียงสป็อตโฆษณาทางวิทยุที่มีความน่าสนใจ และเชิญชวนให้คนฟังอย่างผมได้อมยิ้ม จนกระทั่งเกือบหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียด้วยซ้ำไป

สป็อตโฆษณาดังกล่าว เป็นโฆษณาเกี่ยวกับการประกาศผลรางวัลทางดนตรีที่มีชื่อว่า แฟต อวอร์ดส์ ครั้งที่ 5 ซึ่งกระจายเสียงผ่านคลื่นวิทยุ 104.5 แฟต เรดิโอ โดยเนื้อหาของโฆษณาก็พยายามประชาสัมพันธ์ให้คนฟังวิทยุที่ผ่านการคัดเลือกจากทางคลื่นเดินทางไปลงคะแนนเสนอชื่อศิลปินผู้จะได้รับรางวัลในสาขาต่าง ๆ ณ สถานที่และเวลาตามที่นัดหมายไว้

สำหรับสโลแกนของแฟต อวอร์ดส์ในครั้งนี้ ก็คือ รางวัลดนตรีที่พอเพียง เมื่อเป็น รางวัลดนตรีที่พอเพียง แล้ว สป็อตโฆษณาเกี่ยวกับแฟต อวอร์ดส์ จึงต้องเล่นกับ ความพอเพียง ตั้งแต่ต้นจนจบ น่าเสียดายที่ผู้คิดสร้างสรรค์สป็อตโฆษณาดังกล่าวพยายามเล่นกับคำมากเกินไป จนผมซึ่งมีโอกาสได้ฟังสป็อตโฆษณาชิ้นนี้เพียงแค่ครั้งเดียว ไม่สามารถจะจับใจความของมันได้อย่างครบถ้วนกระบวนความ

แต่เท่าที่จำได้ นอกจากรางวัลทางดนตรีรางวัลนี้จะเป็น รางวัลดนตรีที่พอเพียง แล้ว คำว่า พอดี พอใจ พอแล้ว ก็ยังถูกนำมาเล่นในสป็อตโฆษณา นอกจากนี้ความหมายที่กำกวมไม่แน่ชัดและค่อนไปทางกลาง ๆ ของคำว่า พอเพียง ก็ถูกนำมายั่วล้อในสป็อตโฆษณาดังกล่าว ผ่านการประกาศถึงเวลาและสถานที่ซึ่งเป็นที่นัดหมายของการลงคะแนนเสนอชื่อศิลปินที่จะได้รับรางวัล

ผู้มีอำนาจ ตลอดจนปัญญาชนที่สนับสนุนแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง ทั้งหลาย คงจะต้องปวดหัวอยู่มิใช่น้อย หากได้ยินสป็อตโฆษณาชิ้นนี้ของคลื่นวิทยุขวัญใจวัยรุ่นเด็กแนวในกทม. ที่ประกาศเชิญชวนผู้ฟังของทางคลื่นให้ไปรวมตัวกันตัดสินรางวัลให้กับศิลปินคนโปรดในเวลา ราว ๆ ...นาฬิกา (ขออภัยที่จำเวลาไม่ได้) บริเวณ แถว ๆ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา

นอกจากนี้ สิ่งสุดท้ายที่สป็อตโฆษณาดังกล่าวกำชับกับบรรดากรรมการรางวัลแฟต อวอร์ดส์ ซึ่งเป็นผู้ฟังของคลื่น 104.5 ก็คือ ขอให้ทุกคนนำปากกาของตัวเองไปด้วย เพราะทางคลื่นไม่มีปากกาเตรียมไว้ให้

โดยสรุปแล้ว ความพอเพียง ที่ปรากฏอยู่ในสป็อตโฆษณารางวัลแฟต อวอร์ดส์ จึงมีความหมายถึงคำอะไรก็ตามแต่ที่ขึ้นต้นด้วย พอ... หรือ มีความหมายถึง ความรู้สึกกลาง ๆ กำกวมที่ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจต่อเรื่องราว/ประเด็นต่าง ๆ ให้แน่ชัดไปในทิศทางใดดี ดังที่แสดงผ่านออกมาทางถ้อยคำ เช่น ราว ๆ และ แถว ๆ รวมทั้ง ยังหมายถึงการต้องมีปากกาของตัวเอง เพราะเราไม่มีปากกาให้คุณใช้

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วตอนต้นบทความว่า ฉับพลันที่ได้ฟังสป็อตโฆษณาดังกล่าว ผมก็อมยิ้มจนเกือบหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่เมื่อครุ่นคิดอะไรไปได้สักพัก ผมก็เริ่มมองเห็นมิติทาง การเมืองวัฒนธรรม ของการแย่งชิงกันนิยามความหมายของคำว่า พอเพียง ที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทย

เมื่อครุ่นคำนึงถึงสมรภูมิสู้รบที่ปราศจากรถถังและอาวุธปืนดังกล่าวแล้ว ผมก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยรัฐบาลขิงแก่ คมช. และบรรดาปัญญาชนผู้สนับสนุนแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง

ซึ่งความห่วงใยดังกล่าวก็เพิ่มพูนทวีคูณมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะหลังจากสป็อตโฆษณาดังกล่าวจบลงไปได้ชั่วครู่ สายตาของผมก็พลันเหลือบไปเห็นแผ่นป้ายโฆษณาสินค้าขนาดใหญ่ทั้งหลายที่ตั้งเรียงรายอยู่บริเวณสองข้างของทางด่วน

ไม่ทราบว่าใครจะได้ทันสังเกตกันหรือไม่ถึงกระแสความคิดเรื่อง ความพอเพียง ที่แพร่กระจายไปในแผ่นป้ายโฆษณาสินค้าเหล่านั้น แทบทุกแผ่นป้ายโฆษณาล้วนกล่าวอ้างถึง ความพอเพียง ตั้งแต่แผ่นป้ายโฆษณากางเกงชั้นในชายไปจนถึงแผ่นป้ายโฆษณาโทรศัพท์มือถือ อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์ท้ายสุดของแผ่นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่เหล่านั้นก็คือการเชิญชวนผู้พบเห็นให้ไปบริโภคสินค้าต่าง ๆ ที่จ่ายเงินให้แก่ผู้คิดและสร้างแผ่นป้ายโฆษณา

หรือว่าในยุคสมัยนี้ ความพอเพียง ก็อาจถือเป็นสินค้าทางนามธรรมชนิดหนึ่งที่ผู้คนบางกลุ่มในสังคมไทยกำลังนิยมบริโภคกัน?

(ล่าสุดในวันนี้ ขณะกำลังเขียนงานชิ้นนี้อยู่ หูเจ้ากรรมของผมก็พลันได้ยินสป็อตโฆษณาตัวใหม่ล่าสุดของรางวัลแฟต อวอร์ดส์ โดยในคราวนี้สป็อตโฆษณาดังกล่าวมีเนื้อหาประชาสัมพันธ์ถึงช่วงเวลาของรายการวิทยุที่จะทำการประกาศรายชื่อศิลปินที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแฟต อวอร์ดส์ครั้งที่ 5

นอกจากความเป็น รางวัลดนตรีที่พอเพียง แล้ว สิ่งที่ถูกนำเสนอในสป็อตโฆษณาชิ้นล่าสุดนี้ก็คือ การขอให้ผู้ฟังตื่นเต้นกัน พอประมาณ และ ลุ้นกันอย่าง พอดี กับผลการประกาศรายชื่อศิลปินที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล โดยสป็อตโฆษณาดังกล่าวยังได้ย้ำถึงบรรยากาศที่ ค่อนข้างน่าตื่นเต้น ของการประกาศผล ซึ่งจะมีขึ้นใน ราว ๆ วันที่ 12 กุมภาพันธ์

มิหนำซ้ำ เมื่อถึงช่วงเวลาของการประกาศรายชื่อศิลปินที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลดังกล่าว กลุ่มดีเจที่ทำหน้าที่ประกาศรายชื่อ ก็ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่จะเดินทางไปร่วมงานวันประกาศผลรางวัลในเดือนมีนาคม แต่งตัวกันมาแบบ พอเพียง คือ มีน้อยชิ้นที่สุด และ ไม่ต้องเลิศหรู)

อย่างไรก็ตาม จากเนื้อหาทั้งหมดข้างต้นดังที่ผมเขียนไปนั้น ผมไม่ได้มีเจตนาจะตำหนิผู้คิดสร้างสรรค์สป็อตโฆษณาหรือข้อความบนแผ่นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ทั้งหลายแต่อย่างใด ทว่าผมกำลังจะเปิดเผยให้เห็นถึง ราคาที่ผู้สนับสนุนแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง จำเป็นจะต้องจ่ายอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้พ้น เมื่อแนวคิดดังกล่าวถูกแพร่กระจายไปสู่วิถีชีวิตและโลกทัศน์ของผู้คนจำนวนมากที่แตกต่างหลากหลายในสังคมไทยร่วมสมัย

คงไม่สามารถจะปฏิเสธได้ว่า รัฐบาลชุดปัจจุบัน และคณะรัฐประหารอย่าง คมช. นั้น ได้แสดงท่าทีอย่างเด่นชัดในการผลักดันแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง ให้กลายเป็นอุดมการณ์หลักของผู้คนในประเทศ เพื่อต้านทานกับแนวคิด ทุนนิยม หรือ บริโภคนิยม ที่พวกเขามองว่าหลั่งไหลเข้ามาพร้อมกับกระแส โลกาภิวัตน์

แต่สำหรับสังคมไทยร่วมสมัยหรือสังคมของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกในยุคปัจจุบันนั้น เครือข่ายการสื่อสารที่โยงใยกันอย่างกว้างขวาง ตัวเลือกของสินค้า ความบันเทิง หรือข่าวสารที่มากมายหลากหลายประเภท ได้ส่งผลให้การครอบงำทางอุดมการณ์จากบนลงสู่ล่าง คือ จากรัฐลงสู่ผู้คนในสังคม ไม่สามารถจะกระทำกันได้ง่าย ๆ อีกต่อไป หรือ สามารถกล่าวได้ด้วยซ้ำว่า ไม่สามารถจะกระทำได้อีกต่อไปแล้ว

ผมคิดว่า แม้แต่รัฐบาลชุดปัจจุบัน คมช. รวมทั้งกลุ่มปัญญาชนที่สนับสนุนแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง ต่างก็ตระหนักได้ถึงข้อจำกัดดังกล่าว ดังนั้น การเผยแพร่แนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง ไปสู่ผู้คนอันหลากหลายในสังคมไทยของพวกเขา จึงไม่สามารถกระทำในลักษณะการครอบงำทางอุดมการณ์จากบนลงล่างได้ ทว่าแนวคิดดังกล่าวจะต้องถูกเผยแพร่ผ่านไปทางสินค้า ความบันเทิง หรือข่าวสารนานาชนิด อันมีอิทธิพลสูงยิ่งต่อโลกทัศน์ของผู้คนภายในสังคม หรืออาจกล่าวได้ว่าแนวคิดดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ผ่านไปทางเครือข่ายในแนวราบของผู้คนในสังคมอันแตกต่างหลากหลายนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเครือข่ายการสื่อสารดังกล่าวเต็มไปด้วยความหลายหลาก และเมื่อผู้คนจำนวนมากของสังคมไทยต่างก็มีประสบการณ์ตลอดจนวิถีชีวิตอันหลากหลายแตกต่างกันไป แนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง ที่ถูกเผยแพร่ผ่านเครือข่ายการสื่อสารอันหลายหลากไปสู่ผู้คนในสังคมอันหลากหลาย โดยการกำกับควบคุมของรัฐบาล และ คมช. จึงจำเป็นจะต้องถูกสร้างขึ้นเป็นความหมายชุดหนึ่งที่มีลักษณะกว้าง ๆ ทั่วไป (generalized) เพื่อให้สามารถครอบคลุมผู้คนอันหลากหลายในสังคมได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ดังเช่นที่ พล.อ. สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และผู้ช่วยเลขาธิการ คมช. แสดงความเห็นไว้ว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงถือเป็นหลักในการดำรงชีวิตที่สามารถนำมาใช้ได้ตั้งแต่คนจนไปถึงมหาเศรษฐี โดยคำว่าพอเพียง ไม่ใช่เป็นการลดความสามารถกับคนที่มีความสามารถ แต่ให้ดำเนินตามความสามารถที่มีอยู่ (หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2550 หน้า 2) ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า คำอธิบายแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง ในชุดความหมายนี้ปรากฏออกมาอย่างมากมายจากคำกล่าวของบรรดาแกนนำรัฐบาล คมช. และกลุ่มปัญญาชนที่สนับสนุนแนวคิดดังกล่าว

ชุดของคำอธิบายที่พยายามทำให้ความหมายของแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง มีลักษณะกว้าง ๆ ทั่วไปดังกล่าว ก็ราวกับเป็นการบอกไปยังผู้คนอันหลากหลายในสังคมไทยว่า สำหรับผู้ที่มีฐานะร่ำรวยอยู่แล้ว ก็ยังสามารถไปทานอาหารมื้อละหนึ่งล้านบาท หรือไปซื้อสินค้าที่ห้างสยามพารากอนได้ทุกวัน หากกำลังทรัพย์และความสามารถของคุณมีมากพอ แต่สำหรับผู้ที่มีฐานะยากจนนั้น คุณก็ต้องดำเนินชีวิตไปตามที่กำลังทรัพย์และความสามารถของคุณเองจะเอื้ออำนวย คุณไม่ควรจะไปซื้อของที่ห้างสยามพารากอน เพราะมันถือเป็นการกระทำอันไม่ พอเพียง กับกำลังทรัพย์ในกระเป๋าสตางค์ของคุณ

คำอธิบายในชุดความหมายนี้นี่เอง ที่ส่งผลให้บรรดาเศรษฐี ไฮโซ ชนชั้นสูง ผู้ใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือยทั้งหลาย พากันออกมาแสดง ความพอเพียง ของตนเองกันเป็นทิวแถว โดย ความพอเพียง เหล่านั้น ก็ถือเป็นความอู้ฟู่ร่ำรวยที่คนยากจนจำนวนมากในประเทศนี้ไม่สามารถจะมี ความพอเพียง ดังกล่าวได้อย่างเพียงพอ

ปัญหาเช่นนี้ได้นำมาสู่คำถามในเชิงรูปธรรมอันสำคัญจำนวนมากที่หวนย้อนกลับไปยังชุดคำอธิบายที่ทำให้ความหมายของแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง มีลักษณะกว้าง ๆ ทั่วไป เช่น

การที่ผู้นำรัฐบาลหรือผู้นำ คมช. เดินทางไปชมภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในโรงภาพยนตร์หรูหราบริเวณห้างสรรพสินค้าใหญ่โตใจกลางเมือง หรือ การที่บรรดาชนชั้นสูงหรือชนชั้นกลางในกทม. ไปเดินซื้อของพักผ่อนหย่อนใจตามห้างสรรพสินค้าทั้งหลายนั้น อาจถือเป็น ความพอเพียง สำหรับพวกท่าน เพราะกำลังทรัพย์และความสามารถของพวกท่านมีอยู่อย่างเพียงพอที่จะทำกิจกรรมดังกล่าว ทว่า ความพอเพียง เช่นนี้ จะถือเป็น ความพอเพียง ได้อย่างไร เมื่อกระแสไฟฟ้าจำนวนมากที่ถูกใช้ในกรุงเทพฯ เป็นกระแสไฟฟ้าที่ถูกส่งมาจากแหล่งก๊าซธรรมชาติยาดานาในประเทศพม่า ซึ่งมีผู้หญิงชนกลุ่มน้อยเป็นจำนวนมากถูกเกณฑ์ไปบังคับใช้แรงงาน รวมทั้งถูกข่มขืนและฆ่าโดยนายทหารพม่า พวกท่านสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากหรือ ว่าพวกท่านใช้ชีวิตอย่าง พอเพียง บนความ ไม่พอเพียง อันถูกกระชากพรากขาดของคนเล็กคน